วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557

หนังสือของพี่ ปัท



เพิ่มหยิบยืมเล่มนี้จาก น้องคนหนึ่งมาได้ เขาอ่านจบแถมมีไฮไลทให้ด้วย พลิกๆดูไอเดียดีมาก ผมชอบตรงเนื้อหาในเล่มไม่เอะอะ ก็อิสรภาพทางการเงิน หรือ passive income ลาออกจากงาน เศรษฐีพันล้านพร่ำเพรื่อ

ทิม เฟอริส พูดเรื่องการออกแบบชีวิต การบริหารเวลา และการใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงนี้แหละที่น่าสนใจและเป็น key ในการนำไปสู่อิสรภาพอย่างแท้จริง 

เดี่ยวจะเอามาเขียนกับ case study กับชีวิต นักเก็งกำไรสไตล์แบบ Four Hour WorkWeek ดูบ้าง เพื่อจะได้แชร์ไอเดีย roadmap กับเพื่อนๆ ที่สนใจอยากเดินทางนี้

เชียร์ เอ้ย เขียน ถึงหุ้น IEC ครึ่งเล่ม แฟนคลับ ต้องมีไว้มโน!! มีขายทุกร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557

ook Bucket Challenge

หลังจากเกิดกระแส “Ice Bucket Challenge” (ซึ่งเป็นการท้าทายให้นำน้ำเย็นมาราดหัวหรือราดตัวเพื่อรณรงค์บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ป่วยโรค ALS หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง) กันทั่วบ้านทั่วเมืองในช่วงที่ผ่านมา ตอนนี้ในโซเชียลเน็ตเวิร์คกำลังมีกระแสใหม่คือ “Book Bucket Challenge” ซึ่งเป็นการเชิญชวนให้แชร์เกี่ยวกับหนังสือเล่มโปรดที่อ่านแล้วชื่นชอบ หรือหนังสือที่อ่านแล้วเปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนความคิด หรือเปลี่ยนชีวิตของแต่ละคน ส่งต่อกันในโซเชียลเน็ตเวิร์ค

    ตัวผมได้รับเกียรติจาก “คุณวิบูลย์ พึงประเสริฐ” (ผู้เขียนคอลัมน์ Value Way และหนังสือ “เคล็ดลับเซียนหุ้น 2 : รวยด้วยหุ้น” ที่เพิ่งวางแผงไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา) เชิญชวนให้ช่วยแชร์ “Book Bucket” ของผม และนี่คือรายชื่อหนังสือเกี่ยวกับการเงิน-การลงทุนที่ผมชื่นชอบและประทับใจครับ               

    1. “The Richest Man in Babylon” หรือ “บุรุษผู้มั่งคั่งที่สุดในบาบิโลน” เขียนโดย “จอร์จ เอส เคลสัน” เป็นหนังสือนิยายที่นำเสนอวิธีการในการออมเงิน และลงทุนให้เงินงอกเงยผ่านตัวละครในยุคสมัยบาบิโลนได้อย่างสนุกสนาน และสามารถนำไปปรับใช้ได้ในชีวิตจริง 

    2. “16 สูตรสำเร็จรวยด้วยหุ้น : เคล็ดลับจาก 9 เซียนหุ้นพันล้าน” เขียนโดย “ตะวัน สุรัติเจริญสุข” เป็นหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนเล่มแรกๆ ที่ซื้อมาอ่าน ทำให้เห็นถึงแนวทางในการลงทุนที่หลากหลาย ผมรู้จักเซียนหุ้นอย่าง “ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร”, “วอร์เรน บัฟเฟตต์” และ “ปีเตอร์ ลินซ์” จากหนังสือเล่มนี้

    3. “Rich Dad, Poor Dad” หรือ “พ่อรวยสอนลูก” โดย “โรเบิร์ต ที คิโยซากิ” เป็นหนังสือที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ในเรื่องของการทำงานเพื่อเงิน กับการใช้เงินทำงานได้เป็นอย่างดี 

    4. “พ่อรวยสอนลูก # 2 เงินสี่ด้าน” โดย “โรเบิร์ต ที คิโยซากิ” ถ้าหนังสือ “พ่อรวยสอนลูก” เปิดประเด็นให้รู้จักคำว่า “อิสรภาพทางการเงิน” หนังสือ “เงินสี่ด้าน” ก็ทำให้มองเห็นได้กระจ่างชัดขึ้นว่าเส้นทางใดบ้างที่จะทำให้บรรลุสู่ “อิสรภาพทางการเงิน” ได้ ผมเลือกที่จะเป็น “เจ้าของกิจการ” และ “นักลงทุน” ก็ด้วยอิทธิพลของหนังสือเล่มนี้

    5. “Warren Buffett Speaks” โดย “เจเน็ต โลวี่” (ฉบับภาษาไทยชื่อว่า “วาทะของวอร์เรน บัฟเฟตต์” แปลโดย “เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์”) เป็นหนังสือที่รวบรวมวาทะเด็ดๆ ของสุดยอดเซียนหุ้น “วอร์เรน บัฟเฟตต์” มาจัดหมวดหมู่ได้อย่างน่าอ่าน ทั้งมุมมองในเรื่องของชีวิต, เพื่อนฝูง, ครอบครัว, การทำงาน, การดำเนินธุรกิจ และการลงทุน สามารถหยิบมาอ่านทบทวนได้บ่อยๆ

    6. “The Intelligent Investor” เขียนโดย “เบนจามิน เกรแฮม” (ฉบับภาษาไทยชื่อว่า “คัมภีร์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า” แปลโดย “พรชัย รัตนนนทชัยสุข”) นี่คือหนังสือการลงทุนระดับคลาสสิกเล่มหนึ่งของโลก คำว่า “Mr. Market” กับคำว่า “Margin of Safety” ที่นักลงทุนแบบเน้นคุณค่านำไปใช้กันอย่างกว้างขวาง กำเนิดมาจากหนังสือเล่มนี้ 

    7. “One Up On Wall Street” โดย “ปีเตอร์ ลินซ์” (ฉบับภาษาไทยชื่อว่า “เหนือกว่าวอลสตรีท” แปลโดย “ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร”) เป็นหนังสือการลงทุนที่อ่านสนุกและเปี่ยมไปด้วยคำแนะนำดีๆ จากประสบการณ์ของผู้จัดการกองทุนระดับตำนานคนหนึ่งของโลก อ่านได้ซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่รู้เบื่อ

    8. “ตีแตก : กลยุทธ์การเล่นหุ้นในภาวะวิกฤต” เขียนโดย “ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” ถือว่าเป็นหนังสือการลงทุนแบบเน้นคุณค่าเล่มแรกของเมืองไทย และเป็นหนังสือระดับตำนานที่สร้างนักลงทุนแบบเน้นคุณค่า หรือ Value Investor ให้เกิดขึ้นมากมายในตลาดหุ้นไทย  

    9. “The Little Book That Beats the Market” โดย “โจเอล กรีนเบรทท์” (ฉบับภาษาไทยชื่อว่า “คัมภีร์สุดยอดนักลงทุน” แปลโดย “ชานันทน์ อารีย์วัฒนานนท์”) เป็นหนังสือที่นำเรื่องราวของการลงทุนที่ถูกมองว่า “เข้าใจยาก” มาผูกเป็นเรื่องราวให้อ่านเข้าใจง่ายๆ และใช้ประโยชน์ได้จริง  

    10. “Dhandho Investor” โดย “โมห์นิช พาไบร” (ฉบับภาษาไทยชื่อว่า “นักลงทุนดันโด” แปลโดย “พรชัย รัตนนนทชัยสุข”) เป็นหนังสือที่บอกเล่าวิธีการลงทุนแบบมีความเสี่ยงต่ำ แต่ให้ผลตอบแทนสูง “ออกหัว ผมได้เงิน ออกก้อย ผมเสียเงินนิดหน่อย” ผู้เขียนเล่าประสบการณ์ในการลงทุนได้อย่างน่าติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมยกตัวอย่างมาเป็นกรณีศึกษาให้เข้าใจง่าย อ่านสนุก

http://board.thaivi.org/viewtopic.php?f=1&t=58035

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557

หนังสือหุ้น ดีๆๆ

https://hoonthaibook.wordpress.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99/

สุดยอดหนังสือการลงทุน

สุดยอดหนังสือการลงทุน

one up on wall street
“ไม่ใช่นักอ่านทุกคนเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ แต่คนที่ประสบความสำเร็จทุกคนเป็นนักอ่าน”
แน่นอนว่าการอ่านเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นต่อความสำเร็จในทุกสายอาชีพ (โดยเฉพาะอาชีพนักลงทุนที่ต้องอาศัยข้อมูลและความรู้มากมายในการตัดสินใจ) แต่สิ่งที่จะบ่งบอกว่านักอ่านคนไหนจะประสบความสำเร็จหรือเปล่าก็คือหนังสือที่แต่ละคนเลือกอ่าน
ถ้าเราเลือกหนังสือดีก็เหมือนกับเรามีอาจารย์ที่ดี มีคนถามผมมากมายว่าอ่านหนังสือเล่มไหนดี น่าแปลกที่หนังสือดีๆในโลกนี้มีเพียงไม่กี่เล่ม และในช่วงหลายปีที่ผ่านมาผลงานคลาสสิคพวกนี้ก็ยังคงเป็น Best-seller ในหมวดหนังสือการลงทุน
เพื่อตอบคำถามนักลงทุนที่อยากเริ่มต้นศึกษา ผมได้รวบรวมรายชื่อหนังสือที่ผมได้อ่านแล้วคิดว่ามีประโยชน์ คิดว่าพวกนี้เป็น “ของแท้” และเป็น “สุดยอด” ในด้านที่ผู้เขียนพูดถึง แน่นอนว่ายังมีหนังสือดีๆอีกหลายเล่มที่ผมยังไม่ได้อ่าน เพราะฉะนั้นลิสต์หนังสือนี้จะมีการอัพเดทเรื่อยๆ ผมอยากจะให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างลิสต์หนังสือการลงทุนที่สุดยอดและครอบคลุมที่สุด ถ้าใครมีข้อเสนอแนะอะไรก็เชิญโพสคอมเมนต์ไว้ที่บทความได้เลยครับ

ต้นแบบนักลงทุนเน้นคุณค่าระดับโลก:

รายชื่อหนังสือเหล่านี้เป็นเรื่องราวของนักลงทุนระดับ World-class ที่เป็นต้นแบบของนักลงทุนส่วนมากในโลก การศึกษาคนเหล่านี้จะทำให้เราเรียนรู้แนวทางในการลงทุนที่ถูกต้องและผ่านการพิสูจน์มาแล้วเป็นเวลาหลายทศวรรต บางเล่มอ่านจะอ่านยากซักนิด เพราะเนื้อหาส่วนมากจะพูดถึงหุ้นในตลาดต่างประเทศที่เราไม่ค่อยมีความคุ้นเคย แต่หลักการก็ยังคงใช้ได้กับทุกตลาดทุกสถานการณ์ แต่ถ้าคุณอ่านไหว ผมแนะนำให้อ่านหนังสือพวกนี้ก่อนเพราะมันจะเป็นการสร้าง “แก่นทางความคิด” ที่ถูกต้องให้กับคุณ
  • One Up On Wall Street, Peter Lynch (มีแปลเป็นไทยแต่ถ้าอ่านภาษาอังกฤษได้ แนะนำให้อ่านภาษาอังกฤษ)
  • Beating The Street, Peter Lynch (อันนี้ยากกว่าอันแรกหน่อย เขียนสำหรับผู้จัดการกองทุน)
  • The Winning Investment Habits of Warren Buffett & George Soros, Mark Tier (มีแปลเป็นไทยชื่อ “บัฟเฟต์-โซรอส ลงทุนถูกนิสัย ยังไงก็ชนะ)
  • Common Stocks With Uncommon Profit, Phillip Fisher
  • Intelligent Investors, Benjamin Graham
  • Essays of Warren Buffett (อันนี้เป็นการรวบรวมจดหมายที่ Buffett เขียนถึงผู้ถือหุ้น มีทั้งหมดสองเล่ม)
  • สุดยอดนักลงทุนโลก, Glen Arnold (หนังสือแปล)

.
หนังสือของนักลงทุนเน้นคุณค่าในประเทศไทย:

การเรียนรู้ประวัติและแนวคิดของนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย นอกจากจะได้เรียนรู้การนำหลักคิดจากต่างประเทศมาประยุกต์ใช้ในตลาดไทยแล้ว เรายังได้รับแรงบันดาลใจจากนักลงทุนตัวอย่างเหล่านี้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากๆที่จะช่วยประคับประคลองให้เราไปถึงเป้าหมายในการลงทุนที่เราวางไว้
  • ตีแตก, นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
  • ก้าวเล็กๆในตลาดหุ้น ก้าวที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต, นิเวศน์ เหมวชิรวรากร (รวบรวมสุดยอดบทความของอาจารย์)
  • คัมภีร์ VI, มนตรี นิพิฐวิทยา และ วิบูลย์ พึงประเสริฐ
  • ตะแกรงร่อนหุ้น, วิบูลย์ พึงประเสริฐ
  • หุ้นเปลี่ยนชีวิต บนเส้นทาง VI, วีระพงษ์ ธัม
  • บทความของ Invisible Hands (ลอง google ดูเอาครับ อยากให้อ่านทุกอันเลย)

.
หนังสือแนวคิดและจิตวิทยาการลงทุน:

“การถือหุ้นยากกว่าการเลือกหุ้นให้ถูกตัว” เป็นคำพูดที่ผมเองไม่ค่อยเข้าใจเมื่อได้ยินครั้งแรก แต่เมื่อผมได้มีประสบการณ์ในการลงทุนมากขึ้น ผมก็เรียนรู้ (อย่างเจ็บปวด) ว่าภาวะทางอารมณ์ที่จริงแล้วมีความสำคัญมากต่อความสำเร็จในการลงทุน (ส่วนตัวผมว่าสำคัญพอมากกว่ามรู้ด้านอื่นๆอีก) ในการลงทุนเราต้องต่อสู้กับ “ความโลภ” และ “ความกลัว” และหนังสือเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นอาวุธชั้นดีสำหรับการต่อสู้เลย
  • Value Investing: From Graham to Buffett and Beyond, Bruce Greenwald (คำเดียว… คลาสสิค!)
  • Think Twice, Michael J. Mauboussin (หนังสือเกี่ยวกับการตัดสินใจจากสุดยอดนักกลยุทธ์การลงทุน)
  • Graham & Doddsville’s Newsletter (เป็นวารสารของนักศึกษา Columbia มีหลายฉบับ ดูย้อนหลังได้ฟรี จะมีบทสัมภาษณ์ VI ระดับโลกหลายๆคน มีประโยชน์มากๆ)
  • จิตวิทยาการลงทุน: The Psychology Of Investing แปลโดย พรชัย รัตนนนทชัยสุข

.
การเก็งกำไรและการ TRADING:

นักลงทุนแบบเน้นคุณค่าหลายๆคนอาจจะมีอคติกับการเก็งกำไร แต่ในความเป็นจริงผมว่าหลักการเหล่านี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายสำหรับ Hedge Fund และกองทุนต่างๆทั่วโลก ส่วนตัวผมมองว่ามันค่อนข้างมีประโยชน์ โดยเฉพาะในด้านจิตวิทยาและการบริหารเงินในพอร์ต (Money Management) หนังสือที่ผมเลือกมานี้เป็นสุดยอดหนังสือสำหรับ Trader อยากให้ลองอ่านดูครับ ไม่แน่มันอาจจะเปิดไอเดียในการลงทุนใหม่ๆก็ได้
  • How to make profit in stock market, William J. O’Neil
  • Zurich Axiom, Max Gunther
  • Trading For Living, Elder Gray
นอกจากหนังสือแล้วนักลงทุนทุกคนควรจะต้องศึกษาเกี่ยวกับหุ้น สภาวะเศรษฐกิจ บัญชี รวมถึงความรู้ในแขนงต่างๆ เช่น ประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะว่าไปแล้วก็ต้องศึกษาแทบจะทุกเรื่อง เพราะนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่สามารถนำศาสตร์แขนงต่างๆมาประยุกต์ใช้ได้อย่างสร้างสรรค์
มาอ่านเพื่ออนาคตที่ดีกว่ากันเถอะครับ
ด้วยรักและพันล้าน
Road to Billion
cr:http://roadtobillion.com/2013/12/22/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99/

หนังสือ เจสซี่ ลิเวอร์มอร์ ครับ คุณมด แมงเม่าคลับเคยแปลไว้

ลองหาหนังสือ เจสซี่ ลิเวอร์มอร์ ครับ  คุณมด  แมงเม่าคลับเคยแปลไว้
http://pantip.com/topic/30154882

วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เขียนเรื่อง system ทำให้มีคำถามให้ช่วยแนะนำหนังสือ หลายคนเริ่มสนใจ บ้านเราไม่ค่อยมีสอนหรือพูดถึงเท่าไหร่



เขียนเรื่อง system ทำให้มีคำถามให้ช่วยแนะนำหนังสือ หลายคนเริ่มสนใจ บ้านเราไม่ค่อยมีสอนหรือพูดถึงเท่าไหร่ เรื่องพวกนี้สำคัญมากครับในการทำระบบเทรด ระบบเทรดไม่ได้มีแค่สัญญาณซื้อขายก็จบ จริงๆมีหลายเล่มนะที่ผมอ่านและชอบ แกะกันหลายรอบ

ถ้าเริ่มต้น ผมแนะนำเล่มนี้ The Evaluation and Optimization of Trading Strategies ของ Robert Pardo เป็นอีกเล่มที่พูดการทำระบบได้ดี โดยเฉพาะภายกว้างๆ และการเน้นจุดสำคัญ ไล่กันตั้งแต่กระบวนการพัฒนา , การออกแบบระบบ , การทดสอบ , การ optimization, WFA, รวมไปถึงการบริหารพอร์ตรวม เป็นต้น มีอะไรอีกเยอะเลยในเล่มนี้ ผมว่าคุ้มมากสำหรับมือใหม่ ที่ไม่รู้จะเริ่มจากอะไร ได้เล่มนี้ไปจะเห็นภาพรวม แต่หลายเรื่องมันหยาบ คงต้องไปแกะ ไป google เพิ่มเอาในเชิงลึก

อนาคตมีเวลาจะเขียนหนังสือแนวนี้ เป็นภาษาไทยให้ได้อ่านกัน แต่เคยเอาไปเสนอ สนพ.แล้ว เขาบอกมันขายยาก อยากให้เขียนแนว เล่นหุ้นแล้วรวยง่ายๆ มือใหม่เล่นหุ้น รวยหุ้นพันล้านในห้านาที อะไรแบบนั้นมากกว่า แต่ผมก็ยังชอบเขียน ชอบวิจัย แนวนี้คิดว่าคงมี คอเดียวกันสนใจ ยังไงจะทยอยเขียนลง blog ให้ได้อ่านกัน

Mr chaipat
เลิกถูกใจเลิกถูกใจ ·  · แชร์
คุณและอีก 8 คนชอบสิ่งนี้

Chaipat Ncm เล่มนี้ถ้าเป็นไปได้ก็ ซื้ออเมซอนก็ดีครับ อุดหนุนคนเขียนหน่อย แต่ถ้าไม่สะดวก ก็ลองหา pdf ได้เช่นกัน เพราะ ออกมานาน เป็นตำราเล่มครู ด้าน trading system อีกเล่ม ครับ
4 นาที · ถูกใจ

Chaipat Ncm เล่มนี้แนะนำ อย่าง อ่านให้สนุก ต้องอ่านไปทำไป อ่านอย่างเดียวบางทีจะไม่เห็นภาพ ไม่ get ในเรื่องที่เขาเขียนทั้งหมด แต่ภาพรวม ผมว่าอ่านแล้วได้ครบ
2 นาที · ถูกใจ
เครดิต : พี่ชัยปัท เนื่องคำมา

วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สุดยอดหนังสือการลงทุนที่คุณไม่ควรพลาด

สุดยอดหนังสือการลงทุนที่คุณไม่ควรพลาด
หนังสือเป็นแหล่งความรู้อันมีค่า  ยิ่งสำหรับนักลงทุนมือใหม่  หนังสือดีๆ เป็นการปูพื้นฐานการเริ่มต้นการลงทุนที่ดี  แล้วแบบนี้คุณจะไม่อ่านหนังสือได้อย่างไรค่ะ
มีคำถามมากมายจากนักลงทุนว่าจะเริ่มต้นลงทุนควรอ่านหนังสืออะไรดี  Lady P. เจ้าของเพจงงหุ้นไม่รีรอที่จะหาความรู้ดีๆมาแบ่งปัน  และเชื่อว่า "การศึกษาอย่างไม่หยุดยั้ง จะนำพาความมั่งคั่ง" มาสู่ท่านได้ 
  

“The Intelligent Investor” (1949) โดย Benjamin Graham

สุดยอดนักสือที่นักลงทุนไม่ควรพลาดนะคะ  หนังสือเล่มนี้ได้รับการยกย่องจาก วอร์เรน บัฟเฟตต์ ให้เป็นหนังสือที่ดีที่สุดทางด้านการลงทุน  โดยท่าน Benjamin Graham ได้รับการยกย่องให้เป็น "บิดาแห่งการลงทุน"  หนังสือเล่มนี้จะสอนให้คุณได้รู้จักการค้นหาราคาหุ้นที่แท้จริง (Instrinsic Value) ของหุ้นนั้นๆ  ซึ่งถ้าราคาหุ้นได้ตกลงมาต่ำกว่าราคาหุ้นที่แท้จริง ก็เป็นโอกาสอันงามเลยที่เราจะเข้าไปเก็บหุ้นดังกล่าวลงทุนต่อไป  หากใครที่ไม่ถนัดอ่านภาษาอังกฤษ  สามารถหาเล่มแปลเป็นภาษาไทยชื่อ "คัมภีร์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า" ได้นะคะ
20 


“ตีแตก” กลยุทธ์การเล่นหุ้นในภาวะวิกฤติ (2541) โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

หากเราพึ่งเข้ามาตลาดหุ้นใหม่ๆ อาจจะยังไม่เคยได้ลิ้มรสความเจ็บปวดจากการเข้าตลาดหุ้น  หรือที่แรกว่าเป็นปีแห่งการ "เผาจริง" เม่าเจ็บจิง ในปี 2541 ซึ่งเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยย่ำแย่ที่สุดปีหนึ่ง หลังจากที่รัฐบาลไทยประกาศลอยตัวค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 และก่อให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจที่ตามมาอีกหลายปี  ตลาดหุ้นในเวลานั้นมีแต่ความเงียบเหงา ดัชนีตกต่ำมาอยู่ที่ 365 จุด และมูลค่าหุ้นทั้งตลาดก็มีค่าเพียง 1.3 ล้านล้านบาทเท่านั้น นักลงทุนทั่วไปในสมัยนั้นแทบไม่เคยได้ยินคำว่า “Value Investment” หรือ “การลงทุนแบบเน้นคุณค่า” เลย หนังสือเล่มนี้จึงออกมาในช่วงจังหวะเวลาที่พอดี เพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจแก่นักลงทุนไทยที่กำลังสิ้นหวังอยู่ในเวลานั้น และยังสร้างแนวทางการลงทุนแบบเน้นคุณค่าให้เราศึกษาจนปัจจุบันนี้

 4


"เหนือกว่าวอลสตรีท: ONE UP ON WALL STREET" 

ปีเตอร์ ลินซ์ คือนักบริหารเงินมือหนึ่งของอเมริกา หลักการของเขาก็คือ นักลงทุนทั่วไปสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญในงานและชีวิตของตนเอง และสามารถเลือกหุ้นที่ชนะตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าๆกับมืออาชีพในวอลสตรีท นักลงทุนสมัครเล่นยังสามารถทำเงินได้มหาศาลจากบริษัทธรรมดาที่เข้าใจง่าย ที่เขาพบเห็นอยู่ทุกวันลินซ์ บอกว่า โอกาสในการลงทุนมีมากมายสำหรับคนธรรมดา โดยสำรวจการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจและตั้งข้อสังเกตในสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด จากห้างสรรพสินค้าถึงสถานที่ทำงาน คุณจะสามารถค้นพบบริษัทที่มีศักยภาพที่จะประสบความสำเร็จก่อนนักวิเคราะห์มืออาชีพ ข้อได้เปรียบนี้คือสิ่งที่จะสร้างหุ้น "สิบเด้ง" ซึ่งก็คือหุ้นที่ขึ้นไป 10 เท่าตัว หรือกว่านั้นและทำให้พอร์ตของหุ้นธรรมดากลายเป็นพอร์ตที่มีผลงานที่ดีเยี่ยม คุณค้นพบวิธีใช้สิ่งที่คุณรู้อยู่แล้วในการทำเงินในตลาดหุ้นตั้งแต่การเตรียมตัวเข้าสู่การลงทุน การเฟ้นหาหุ้นที่จะให้ผลกำไรสูงสุด การมองภาพในระยะยาวของตลาด อะไรซ่อนอยู่หลังตัวเลขเหล่านั้น
 1


มาแนวการลงทุนด้านเทคนิคบ้างกับ "คู่มือเริ่มต้นเล่นหุ้นออนไลน์"

หากคุณเป็นมือใหม่ที่กำลังค้นหาแนวทางการลงทุนด้านเทคนิค  นี่คือคู่มือที่จะมาปูพื้นฐานที่สำคัญและเตรียมความพร้อมให้กับผู้เล่นหุ้นมือใหม่ ให้ก้าวสู่ตลาดหุ้นอย่างมั่นใจ อธิบายการเล่นหุ้นออนไลน์ Step by Step เพื่อการซื้อ-ขาย ทำกำไรจริงด้วยตัวคุณเอง! จะเริ่มเล่นหุ้นจะต้องเตรียมตัวอย่างไร การเปิดพอร์ตและการซื้อ-ขายหุ้นออนไลน์ทำอย่างไร วิธีการเล่นหุ้นในปัจจุบันมีกี่แบบ วิธีการทำกำไรในตลาดหุ้นทำอย่างไร หนังสือเล่มนี้มีคำตอบ พร้อมเกร็ดความรู้ที่สำคัญในการเล่นหุ้นอย่างครบถ้วน
Untitled-2



นี่เป็นแค่ตัวอย่างหนังสือดีๆเบื้องต้นให้คุณได้ไปหาอ่านกันนะคะ  ติดตาม"สุดยอดหนังสือที่คุณไม่ควรพลาด" ในภาคต่อไปนะคะ   

อ่านเรื่องหุ้นเพิ่มเติมได้ที่ งงหุ้น www.facebook.com/stockwhat
- See more at: http://unlockmen.com/business/item/769-top-investment-book-that-you-must-read.html#sthash.SngVmOrn.dpuf

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เพาะหุ้นเป็น เห็นผลยั่งยืน


เพาะหุ้นเป็น เห็นผลยั่งยืน

ผู้เขียน : กวี ชูกิจเกษม

เพราะหุ้นเป็น เห็นผลยั่งยืน” เป็นหนังสือการลงทุนที่ยอดเยี่ยมอีกเล่มหนึ่งของคุณ กวี ชูกิจเกษม จัดพิมพ์โดยเนชั่นบุ๊คส์ เนื้อหาเกี่ยวกับการลงทุนที่หวังผลตอบแทนในระยะยาว หรือที่เรียกว่า “รวยธรรมชาติ” คือรวยอย่างยั่งยืน

เนื้อหาโดยย่อ

การลงทุนในหุ้นคือการที่เราได้เป็นเจ้าของกิจการของธุรกิจจริงๆ ผลตอบแทนจากการลงทุนระยะยาวนั้นเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ของตลาดหุ้น คล้ายกับการที่เราปลูกต้นไม้ แล้วคอยดูแลให้ต้นไม้เติบโต เพื่อให้ออกดอกออกผลใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว
ช่วงต้นๆของหนังสือเล่มนี้จะพูดถึงการปรับนิสัยก่อนการลงทุนให้คล้ายคลึงกับนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ เป็นการปรับความคิดว่านักลงทุนที่ประสบความสำเร็จเขาทำหรือคิดกันอย่างไร ปัจจัยอะไรบ้างที่จะทำให้คุณกลายเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ และยังมีการพูดถึงความมหัศจรรย์ของผลตอบแทนที่ได้จากพลังดอกเบี้ยที่ลงทุนในตลาดหุ้น ช่วงต้นๆนี้ก็อ่านเพลินๆครับ
1377598894 iqfec401a1 o รีวิวหนังสือ เพาะหุ้นเป็น เห็นผลยั่งยืน
        หลังจากนั้นพื้นที่ส่วนที่เหลือจนเกือบหมดหนังสือเล่มนี้เนื้อหาจะเกี่ยวกับ “กุญแจสำคัญสู่การเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ”ครับ ซึ่งจะประกอบไปด้วยขั้นตอน 6 ขั้นด้วยกัน
ขั้นตอนที่ 1 : หาหุ้นบริษัทที่ดีเข้าพอร์ต ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ผู้เขียนเน้นว่าเป็นขั้นที่สำคัญที่สุดจากทั้งหมด เพราะการเลือกหุ้นบริษัทดีๆนอกจากจะเพิ่มผลตอบแทนให้กับเราในระยะยาวแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดการจากลงทุนอีกด้วย หรือแม้ว่าการซื้อหุ้นของบริษัทที่ดีแต่ซื้อผิดเวลาทำให้ราคาที่ซื้อนั้นแพงไปหน่อย แต่ในภาพรวมช่วงกว้างๆแล้ว ถ้าถือในเวลาที่นานพอ ราคาก็จะขึ้นไปตามปัจจัยพื้นฐานที่ดีของบริษัทนั้นเอง(ถ้าบริษัทที่เราซื้อปัจจัยพื้นฐานดีจริงๆ)
การหาหุ้นบริษัทดีๆเข้าพอร์ต ผู้เขียนก็จะพาผู้อ่านไปวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงินเฉพาะที่สำคัญๆเท่านั้น ที่ถูกกล่าวถึงในการวิเคราะห์หุ้นใช้เฉพาะอัตราส่วนที่ผู้เขียนเน้นว่าสำคัญจริงๆ สิ่งที่ผมชอบจากหนังสือเล่มนี้คือการนำเอาหุ้นของบริษัทที่ดี 10 บริษัท มาเปรียบเทียบให้เห็นเลยว่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาแล้วจะเป็นไปตามทฤษฎีที่กล่าวในหนังสือหรือไม่
art investment tree รีวิวหนังสือ เพาะหุ้นเป็น เห็นผลยั่งยืน
        ขั้นตอนที่ 2 : หลังจากที่คัดเลือกหุ้นของบริษัทที่ดีมากันแล้วในขั้นตอนแรก ขั้นต่อมาก็คือการดูว่าควรซื้อหุ้นตัวนั้นที่ราคาเท่าไหร่ ราคาไหนถูก ราคาไหนแพง ผู้เขียนก็จะยกอัตราส่วน P/E และ P/BV ที่มีความสัมพันธ์กับ ROE ขึ้นมาเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์
หลังจากผ่าน 2 ขั้นตอนใหญ่ๆของการวิเคราะห์หุ้นไปแล้ว ขั้นตอนที่เหลือตั้งแต่ 3 เป็นต้นไป จะเน้นไปที่การปฏิบัติที่ดีของนักลงทุนเช่น การกระจายความเสี่ยง ติดตามผลงานการดำเนินงานของหุ้นที่เราซื้อ ศึกษาหุ้นที่ดีอย่างต่อเนื่อง

วิจารณ์หนังสือ

สำหรับใครที่เคยอ่านหนังสือการลงทุนในหุ้นแบบเน้นคุณค่าที่ละเอียด ลึกซึ้ง หรือเคยผ่านตากับหนังสือแนวนี้มาบ้างแล้ว อาจจะไม่จำเป็นต้องซื้อหนังสือเล่มนี้อ่านเพิ่มครับ แต่สำหรับมือใหม่ในหุ้นหรือคนที่อยากจะเปลี่ยนสไตล์การลงทุนในหุ้นจากสไตล์อื่นๆมาเป็นการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผมคิดว่าคุณ กวี ช่วยเปิดมุมมองได้ดีมากครับ
สำหรับผมแล้วหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือการลงทุนที่อ่านง่ายสบายหัวดีครับ คือต้องชมว่าผู้เขียนนั้นเขียนออกมาได้ดี ที่ชอบมากๆก็คือการใช้ภาษาง่ายๆ อ่านง่าย ไม่มีจุดไหนที่อ่านแล้วไม่เคลียร์ และการได้อ่านมุมมองในการวิเคราะห์หุ้นของคนที่มีประสบการณ์อย่างคุณ กวี ชูกิจเกษม ถือว่าเป็นประโยชน์มากๆ ผมคิดว่าเป็นหนังสือการลงทุนในหุ้นแบบเน้นคุณค่าที่คุ้มค่าอีกเล่มหนึ่งเลยครับ
http://www.rvbookthai.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD-%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B/

5 หนังสือหุ้น ที่นักลงทุนหุ้นมือใหม่ ทุกคนควรอ่าน!!


5 หนังสือหุ้น ที่นักลงทุนหุ้นมือใหม่ ทุกคนควรอ่าน!!


1.One Up On Wall Street – เหนือกว่าวอลสตรีท

S  131118 5 หนังสือหุ้น ที่นักลงทุนหุ้นมือใหม่ ทุกคนควรอ่าน!!
สุดยอดหนังสือลงทุนที่ถูกเขียนขึ้นโดยพ่อมดการเงิน Peter Lynch ผู้ที่เคยเป็นผู้จัดการกองทุน ฟิเดลลิตี้ แม็คเจ็ลลัน ซึ่งได้ทำผลตอบแทนจากเงินลงทุนเป็นสถิติที่น่าทึ่งมากๆ เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณเข้าใจว่า ถึงแม้คุณจะเป็นนักลงทุนรายย่อยแต่คุณก็สามารถที่จะทำผลตอบแทนที่ดีมากกว่าบรรดากองทุนขนาดใหญ่ได้ อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วจะสัมผัสได้ถึงความเรียบง่ายในการวิเคราะห์หุ้นของ Peter Lynch ซึ่งเขาย้ำตลอดว่าการวิเคราะห์การลงทุนนั้นควรศึกษาที่ปัจจัยพื้นฐานไม่ใช่การดูกราฟประหลาดๆหรือตัวเลขที่ยุ่งยากซับซ้อน

2.ตีแตก กลยุทธ์การเล่นหุ้นในภาวะวิกฤต

602888fadbb2557754cc16db83873ecc 5 หนังสือหุ้น ที่นักลงทุนหุ้นมือใหม่ ทุกคนควรอ่าน!!
ใครที่สนใจการลงทุนในหุ้นคงจะรู้จัก ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร กันเป็นอย่างดี หนังสือ ตีแตก ของ ดร.นิเวศน์ เป็นหนังสือหุ้นที่ได้รับการยอมรับว่าเผยแพร่หลักการลงทุนแบบเน้นคุณค่าในเมืองไทย ถึงแม้หนังสือจะเขียนขึ้นมากกว่า 10 ปีแล้ว แต่ก็ยังสามารถนำมาใช้ได้เป็นอย่างดีในปัจจุบัน ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ

3.อ่านงบการเงิน เพื่อลงทุนหุ้น

S  131123 5 หนังสือหุ้น ที่นักลงทุนหุ้นมือใหม่ ทุกคนควรอ่าน!!
การลงทุนในหุ้นแบบเน้นคุณค่า กับ การอ่านงบการเงิน คือของคู่กัน ถ้าอ่านงบการเงินไม่เป็น ผมว่าจะวิเคราะห์หุ้นลำบากมากๆ หนังสือเล่มนี้จะช่วยสอนอ่านงบการเงินกันตั้งแต่พื้นฐาน ผู้เขียนอธิบายเบสิคต่างๆได้ดีมากๆ

4.Buffetology – ศาสตร์แห่งบัฟเฟตต์

S  131124 5 หนังสือหุ้น ที่นักลงทุนหุ้นมือใหม่ ทุกคนควรอ่าน!!
ในปัจจุบันนี้ มีหนังสือหุ้นหลายเล่มที่เขียนขึ้นมาเกี่ยวกับการลงทุนแบบ วอร์เรน บัฟเฟตต์  แต่หนังสือ Buffetology นั้นถูกเขียนขึ้นมาโดย แมรี่ บัฟเฟตต์ ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ของ วอร์เรน บัฟเฟตต์เอง หนังสือจะอธิบายหลักการลงทุนแบบร่วมทำธุรกิจ อีกเรื่องที่สำคัญก็คือราคาที่เราจ่ายไปตอนซื้อหุ้นนั้นจะเป็นตัวกำหนดผลตอบแทนของเรา ว่าจะได้ผลตอบแทนมากน้อยแค่ไหน เป็นหนังสือที่อ่านง่ายและผมคิดว่าเหมาะกับคนที่สนใจศึกษาการลงทุนแบบ บัฟเฟตต์ ครับ

5.ติวหุ้น…รวยด้วยวีไอ

S  131111 5 หนังสือหุ้น ที่นักลงทุนหุ้นมือใหม่ ทุกคนควรอ่าน!!
เป็นหนังสือที่รวบรวมแนวคิดเกี่ยวกับการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้เขียนจัดหมวดหมู่และแบ่งส่วนต่างๆของเนื้อหาได้ลงตัวมากครับ รวมถึงภาษาที่ใช้ในการอธิบายก็เป็นคำที่อ่านง่ายๆไม่มีงง อ่านได้ลื่นไหลดี เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับมือใหม่ที่สนใจการลงทุน