วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557

หนังสือของพี่ ปัท



เพิ่มหยิบยืมเล่มนี้จาก น้องคนหนึ่งมาได้ เขาอ่านจบแถมมีไฮไลทให้ด้วย พลิกๆดูไอเดียดีมาก ผมชอบตรงเนื้อหาในเล่มไม่เอะอะ ก็อิสรภาพทางการเงิน หรือ passive income ลาออกจากงาน เศรษฐีพันล้านพร่ำเพรื่อ

ทิม เฟอริส พูดเรื่องการออกแบบชีวิต การบริหารเวลา และการใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงนี้แหละที่น่าสนใจและเป็น key ในการนำไปสู่อิสรภาพอย่างแท้จริง 

เดี่ยวจะเอามาเขียนกับ case study กับชีวิต นักเก็งกำไรสไตล์แบบ Four Hour WorkWeek ดูบ้าง เพื่อจะได้แชร์ไอเดีย roadmap กับเพื่อนๆ ที่สนใจอยากเดินทางนี้

เชียร์ เอ้ย เขียน ถึงหุ้น IEC ครึ่งเล่ม แฟนคลับ ต้องมีไว้มโน!! มีขายทุกร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557

ook Bucket Challenge

หลังจากเกิดกระแส “Ice Bucket Challenge” (ซึ่งเป็นการท้าทายให้นำน้ำเย็นมาราดหัวหรือราดตัวเพื่อรณรงค์บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ป่วยโรค ALS หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง) กันทั่วบ้านทั่วเมืองในช่วงที่ผ่านมา ตอนนี้ในโซเชียลเน็ตเวิร์คกำลังมีกระแสใหม่คือ “Book Bucket Challenge” ซึ่งเป็นการเชิญชวนให้แชร์เกี่ยวกับหนังสือเล่มโปรดที่อ่านแล้วชื่นชอบ หรือหนังสือที่อ่านแล้วเปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนความคิด หรือเปลี่ยนชีวิตของแต่ละคน ส่งต่อกันในโซเชียลเน็ตเวิร์ค

    ตัวผมได้รับเกียรติจาก “คุณวิบูลย์ พึงประเสริฐ” (ผู้เขียนคอลัมน์ Value Way และหนังสือ “เคล็ดลับเซียนหุ้น 2 : รวยด้วยหุ้น” ที่เพิ่งวางแผงไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา) เชิญชวนให้ช่วยแชร์ “Book Bucket” ของผม และนี่คือรายชื่อหนังสือเกี่ยวกับการเงิน-การลงทุนที่ผมชื่นชอบและประทับใจครับ               

    1. “The Richest Man in Babylon” หรือ “บุรุษผู้มั่งคั่งที่สุดในบาบิโลน” เขียนโดย “จอร์จ เอส เคลสัน” เป็นหนังสือนิยายที่นำเสนอวิธีการในการออมเงิน และลงทุนให้เงินงอกเงยผ่านตัวละครในยุคสมัยบาบิโลนได้อย่างสนุกสนาน และสามารถนำไปปรับใช้ได้ในชีวิตจริง 

    2. “16 สูตรสำเร็จรวยด้วยหุ้น : เคล็ดลับจาก 9 เซียนหุ้นพันล้าน” เขียนโดย “ตะวัน สุรัติเจริญสุข” เป็นหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนเล่มแรกๆ ที่ซื้อมาอ่าน ทำให้เห็นถึงแนวทางในการลงทุนที่หลากหลาย ผมรู้จักเซียนหุ้นอย่าง “ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร”, “วอร์เรน บัฟเฟตต์” และ “ปีเตอร์ ลินซ์” จากหนังสือเล่มนี้

    3. “Rich Dad, Poor Dad” หรือ “พ่อรวยสอนลูก” โดย “โรเบิร์ต ที คิโยซากิ” เป็นหนังสือที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ในเรื่องของการทำงานเพื่อเงิน กับการใช้เงินทำงานได้เป็นอย่างดี 

    4. “พ่อรวยสอนลูก # 2 เงินสี่ด้าน” โดย “โรเบิร์ต ที คิโยซากิ” ถ้าหนังสือ “พ่อรวยสอนลูก” เปิดประเด็นให้รู้จักคำว่า “อิสรภาพทางการเงิน” หนังสือ “เงินสี่ด้าน” ก็ทำให้มองเห็นได้กระจ่างชัดขึ้นว่าเส้นทางใดบ้างที่จะทำให้บรรลุสู่ “อิสรภาพทางการเงิน” ได้ ผมเลือกที่จะเป็น “เจ้าของกิจการ” และ “นักลงทุน” ก็ด้วยอิทธิพลของหนังสือเล่มนี้

    5. “Warren Buffett Speaks” โดย “เจเน็ต โลวี่” (ฉบับภาษาไทยชื่อว่า “วาทะของวอร์เรน บัฟเฟตต์” แปลโดย “เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์”) เป็นหนังสือที่รวบรวมวาทะเด็ดๆ ของสุดยอดเซียนหุ้น “วอร์เรน บัฟเฟตต์” มาจัดหมวดหมู่ได้อย่างน่าอ่าน ทั้งมุมมองในเรื่องของชีวิต, เพื่อนฝูง, ครอบครัว, การทำงาน, การดำเนินธุรกิจ และการลงทุน สามารถหยิบมาอ่านทบทวนได้บ่อยๆ

    6. “The Intelligent Investor” เขียนโดย “เบนจามิน เกรแฮม” (ฉบับภาษาไทยชื่อว่า “คัมภีร์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า” แปลโดย “พรชัย รัตนนนทชัยสุข”) นี่คือหนังสือการลงทุนระดับคลาสสิกเล่มหนึ่งของโลก คำว่า “Mr. Market” กับคำว่า “Margin of Safety” ที่นักลงทุนแบบเน้นคุณค่านำไปใช้กันอย่างกว้างขวาง กำเนิดมาจากหนังสือเล่มนี้ 

    7. “One Up On Wall Street” โดย “ปีเตอร์ ลินซ์” (ฉบับภาษาไทยชื่อว่า “เหนือกว่าวอลสตรีท” แปลโดย “ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร”) เป็นหนังสือการลงทุนที่อ่านสนุกและเปี่ยมไปด้วยคำแนะนำดีๆ จากประสบการณ์ของผู้จัดการกองทุนระดับตำนานคนหนึ่งของโลก อ่านได้ซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่รู้เบื่อ

    8. “ตีแตก : กลยุทธ์การเล่นหุ้นในภาวะวิกฤต” เขียนโดย “ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” ถือว่าเป็นหนังสือการลงทุนแบบเน้นคุณค่าเล่มแรกของเมืองไทย และเป็นหนังสือระดับตำนานที่สร้างนักลงทุนแบบเน้นคุณค่า หรือ Value Investor ให้เกิดขึ้นมากมายในตลาดหุ้นไทย  

    9. “The Little Book That Beats the Market” โดย “โจเอล กรีนเบรทท์” (ฉบับภาษาไทยชื่อว่า “คัมภีร์สุดยอดนักลงทุน” แปลโดย “ชานันทน์ อารีย์วัฒนานนท์”) เป็นหนังสือที่นำเรื่องราวของการลงทุนที่ถูกมองว่า “เข้าใจยาก” มาผูกเป็นเรื่องราวให้อ่านเข้าใจง่ายๆ และใช้ประโยชน์ได้จริง  

    10. “Dhandho Investor” โดย “โมห์นิช พาไบร” (ฉบับภาษาไทยชื่อว่า “นักลงทุนดันโด” แปลโดย “พรชัย รัตนนนทชัยสุข”) เป็นหนังสือที่บอกเล่าวิธีการลงทุนแบบมีความเสี่ยงต่ำ แต่ให้ผลตอบแทนสูง “ออกหัว ผมได้เงิน ออกก้อย ผมเสียเงินนิดหน่อย” ผู้เขียนเล่าประสบการณ์ในการลงทุนได้อย่างน่าติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมยกตัวอย่างมาเป็นกรณีศึกษาให้เข้าใจง่าย อ่านสนุก

http://board.thaivi.org/viewtopic.php?f=1&t=58035

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557

หนังสือหุ้น ดีๆๆ

https://hoonthaibook.wordpress.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99/

สุดยอดหนังสือการลงทุน

สุดยอดหนังสือการลงทุน

one up on wall street
“ไม่ใช่นักอ่านทุกคนเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ แต่คนที่ประสบความสำเร็จทุกคนเป็นนักอ่าน”
แน่นอนว่าการอ่านเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นต่อความสำเร็จในทุกสายอาชีพ (โดยเฉพาะอาชีพนักลงทุนที่ต้องอาศัยข้อมูลและความรู้มากมายในการตัดสินใจ) แต่สิ่งที่จะบ่งบอกว่านักอ่านคนไหนจะประสบความสำเร็จหรือเปล่าก็คือหนังสือที่แต่ละคนเลือกอ่าน
ถ้าเราเลือกหนังสือดีก็เหมือนกับเรามีอาจารย์ที่ดี มีคนถามผมมากมายว่าอ่านหนังสือเล่มไหนดี น่าแปลกที่หนังสือดีๆในโลกนี้มีเพียงไม่กี่เล่ม และในช่วงหลายปีที่ผ่านมาผลงานคลาสสิคพวกนี้ก็ยังคงเป็น Best-seller ในหมวดหนังสือการลงทุน
เพื่อตอบคำถามนักลงทุนที่อยากเริ่มต้นศึกษา ผมได้รวบรวมรายชื่อหนังสือที่ผมได้อ่านแล้วคิดว่ามีประโยชน์ คิดว่าพวกนี้เป็น “ของแท้” และเป็น “สุดยอด” ในด้านที่ผู้เขียนพูดถึง แน่นอนว่ายังมีหนังสือดีๆอีกหลายเล่มที่ผมยังไม่ได้อ่าน เพราะฉะนั้นลิสต์หนังสือนี้จะมีการอัพเดทเรื่อยๆ ผมอยากจะให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างลิสต์หนังสือการลงทุนที่สุดยอดและครอบคลุมที่สุด ถ้าใครมีข้อเสนอแนะอะไรก็เชิญโพสคอมเมนต์ไว้ที่บทความได้เลยครับ

ต้นแบบนักลงทุนเน้นคุณค่าระดับโลก:

รายชื่อหนังสือเหล่านี้เป็นเรื่องราวของนักลงทุนระดับ World-class ที่เป็นต้นแบบของนักลงทุนส่วนมากในโลก การศึกษาคนเหล่านี้จะทำให้เราเรียนรู้แนวทางในการลงทุนที่ถูกต้องและผ่านการพิสูจน์มาแล้วเป็นเวลาหลายทศวรรต บางเล่มอ่านจะอ่านยากซักนิด เพราะเนื้อหาส่วนมากจะพูดถึงหุ้นในตลาดต่างประเทศที่เราไม่ค่อยมีความคุ้นเคย แต่หลักการก็ยังคงใช้ได้กับทุกตลาดทุกสถานการณ์ แต่ถ้าคุณอ่านไหว ผมแนะนำให้อ่านหนังสือพวกนี้ก่อนเพราะมันจะเป็นการสร้าง “แก่นทางความคิด” ที่ถูกต้องให้กับคุณ
  • One Up On Wall Street, Peter Lynch (มีแปลเป็นไทยแต่ถ้าอ่านภาษาอังกฤษได้ แนะนำให้อ่านภาษาอังกฤษ)
  • Beating The Street, Peter Lynch (อันนี้ยากกว่าอันแรกหน่อย เขียนสำหรับผู้จัดการกองทุน)
  • The Winning Investment Habits of Warren Buffett & George Soros, Mark Tier (มีแปลเป็นไทยชื่อ “บัฟเฟต์-โซรอส ลงทุนถูกนิสัย ยังไงก็ชนะ)
  • Common Stocks With Uncommon Profit, Phillip Fisher
  • Intelligent Investors, Benjamin Graham
  • Essays of Warren Buffett (อันนี้เป็นการรวบรวมจดหมายที่ Buffett เขียนถึงผู้ถือหุ้น มีทั้งหมดสองเล่ม)
  • สุดยอดนักลงทุนโลก, Glen Arnold (หนังสือแปล)

.
หนังสือของนักลงทุนเน้นคุณค่าในประเทศไทย:

การเรียนรู้ประวัติและแนวคิดของนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย นอกจากจะได้เรียนรู้การนำหลักคิดจากต่างประเทศมาประยุกต์ใช้ในตลาดไทยแล้ว เรายังได้รับแรงบันดาลใจจากนักลงทุนตัวอย่างเหล่านี้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากๆที่จะช่วยประคับประคลองให้เราไปถึงเป้าหมายในการลงทุนที่เราวางไว้
  • ตีแตก, นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
  • ก้าวเล็กๆในตลาดหุ้น ก้าวที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต, นิเวศน์ เหมวชิรวรากร (รวบรวมสุดยอดบทความของอาจารย์)
  • คัมภีร์ VI, มนตรี นิพิฐวิทยา และ วิบูลย์ พึงประเสริฐ
  • ตะแกรงร่อนหุ้น, วิบูลย์ พึงประเสริฐ
  • หุ้นเปลี่ยนชีวิต บนเส้นทาง VI, วีระพงษ์ ธัม
  • บทความของ Invisible Hands (ลอง google ดูเอาครับ อยากให้อ่านทุกอันเลย)

.
หนังสือแนวคิดและจิตวิทยาการลงทุน:

“การถือหุ้นยากกว่าการเลือกหุ้นให้ถูกตัว” เป็นคำพูดที่ผมเองไม่ค่อยเข้าใจเมื่อได้ยินครั้งแรก แต่เมื่อผมได้มีประสบการณ์ในการลงทุนมากขึ้น ผมก็เรียนรู้ (อย่างเจ็บปวด) ว่าภาวะทางอารมณ์ที่จริงแล้วมีความสำคัญมากต่อความสำเร็จในการลงทุน (ส่วนตัวผมว่าสำคัญพอมากกว่ามรู้ด้านอื่นๆอีก) ในการลงทุนเราต้องต่อสู้กับ “ความโลภ” และ “ความกลัว” และหนังสือเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นอาวุธชั้นดีสำหรับการต่อสู้เลย
  • Value Investing: From Graham to Buffett and Beyond, Bruce Greenwald (คำเดียว… คลาสสิค!)
  • Think Twice, Michael J. Mauboussin (หนังสือเกี่ยวกับการตัดสินใจจากสุดยอดนักกลยุทธ์การลงทุน)
  • Graham & Doddsville’s Newsletter (เป็นวารสารของนักศึกษา Columbia มีหลายฉบับ ดูย้อนหลังได้ฟรี จะมีบทสัมภาษณ์ VI ระดับโลกหลายๆคน มีประโยชน์มากๆ)
  • จิตวิทยาการลงทุน: The Psychology Of Investing แปลโดย พรชัย รัตนนนทชัยสุข

.
การเก็งกำไรและการ TRADING:

นักลงทุนแบบเน้นคุณค่าหลายๆคนอาจจะมีอคติกับการเก็งกำไร แต่ในความเป็นจริงผมว่าหลักการเหล่านี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายสำหรับ Hedge Fund และกองทุนต่างๆทั่วโลก ส่วนตัวผมมองว่ามันค่อนข้างมีประโยชน์ โดยเฉพาะในด้านจิตวิทยาและการบริหารเงินในพอร์ต (Money Management) หนังสือที่ผมเลือกมานี้เป็นสุดยอดหนังสือสำหรับ Trader อยากให้ลองอ่านดูครับ ไม่แน่มันอาจจะเปิดไอเดียในการลงทุนใหม่ๆก็ได้
  • How to make profit in stock market, William J. O’Neil
  • Zurich Axiom, Max Gunther
  • Trading For Living, Elder Gray
นอกจากหนังสือแล้วนักลงทุนทุกคนควรจะต้องศึกษาเกี่ยวกับหุ้น สภาวะเศรษฐกิจ บัญชี รวมถึงความรู้ในแขนงต่างๆ เช่น ประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะว่าไปแล้วก็ต้องศึกษาแทบจะทุกเรื่อง เพราะนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่สามารถนำศาสตร์แขนงต่างๆมาประยุกต์ใช้ได้อย่างสร้างสรรค์
มาอ่านเพื่ออนาคตที่ดีกว่ากันเถอะครับ
ด้วยรักและพันล้าน
Road to Billion
cr:http://roadtobillion.com/2013/12/22/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99/